ทักษะพื้นฐานในการว่ายน้ำ

มีทักษะพื้นฐานที่ดี ย่อมมีชัยไปกว่าครึ่ง เคยสังเกตหรือไม่ ไม่ว่าจะทำอะไร จะเล่นกีฬาชนิดไหน ต้องเริ่มจากการมีพื้นฐานที่ดีก่อน โดยเฉพาะนักกีฬา ต้องยึดหลักนี้เป็นสำคัญ เพราะความชำนาญเกิดจากการฝึกฝนพื้นฐานที่ดี และนำไปต่อยอดในภายหลัง ซึ่งทักษะพื้นฐานของกีฬาแต่ละชนิดจะแตกต่างออกไปตามความเหมาะสมและการใช้ประโยชน์จากร่างกาย

กีฬาว่ายน้ำ คือ การเคลื่อนไหวร่างกายใต้น้ำให้สัมพันธ์ทั้งร่างกาย ทักษะพื้นฐานของกีฬาชนิดนี้จึงเป็นการใช้ส่วนต่างๆของร่างกายเคลื่อนไหวให้สัมพันธ์กัน สร้างความคุ้นชินร่างกายกับอุณหภูมิน้ำ และการหายใจที่เป็นจุดยากอีกจุดหนึ่งในกีฬาชนิดนี้ โดยมีรายละเอียดทักษะพื้นฐานดังนี้

การสร้างความคุ้นเคยกับน้ำ

เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่เคยฝึกว่ายน้ำมาก่อน หรือว่ายน้ำไม่เป็น แล้วมีความสนใจอยากเล่นกีฬาชนิดนี้ ให้เริ่มจากการปรับอุณหภูมิภายในร่างกายให้คุ้นชินกับน้ำ โดยใช้มือกวักน้ำขึ้นมาลูบหน้า ลำตัว และแขน จากนั้นนั่งลงขอบสระ เหยียดขาจุ่มน้ำ แล้วเตะน้ำขึ้น-ลง สลับซ้าย-ขวา ทั้งนี้ควรฝึกในสระตื้น เพื่อความปลอดภัย และลดความกลัว ความกังวลของผู้ฝึก

การหายในเข้า-ออก และลืมตาในน้ำ(Inhale and Exhale)

ให้เริ่มฝึกหลังจากสร้างความคุ้นชินกับอุณหภูมิน้ำเรียบร้อย ลดความวิตกกังวล ความกลัว และพร้อมที่จะฝึกต่อ โดยให้ฝึกในสระตื้นจนเกิดความชำนาญก่อนลงสระลึก

  1. ลงสระให้ระดับน้ำอยู่บริเวณหน้าอก หรือในระดับที่ไม่ลึกจนเกินไป มือทั้งสองข้างจับที่ขอบสระ สูดลมหายใจเข้าทางปาก  กลั้นหายใจ ย่อเข่าและลำตัวให้ศีรษะอยู่ใต้ผิวน้ำ นับ 1 – 5 แล้วยืดตัวให้ศีรษะพ้นน้ำ
  2. สูดลมหายใจเข้าทางปาก โดยไม่ต้องสะบัดผม หรือเอามือลูบหน้า และลำตัวให้ศีรษะอยู่ใต้ผิวน้ำ นับ 1 – 5 แล้วยืดตัวให้ศีรษะพ้นน้ำติดต่อกัน 10 – 15 ครั้ง (เหตุผลที่ไม่สูดลมหายใจเข้าทางจมูก เพราะบนใบหน้ามีน้ำ หายสูดลมเข้าทำให้สำลักได้ )
  3. เมื่อฝึกได้ในระดับนึง ให้ปล่อยลมหายใจออกขณะอยู่ในน้ำ โดยเพิ่มเวลาตามความสามารถในการกลั้นหายใจ นับ 1 -10 1- 20 และ 1 – 30 แล้วยืดตัวศีรษะพ้นน้ำพร้อมสูดลมหายใจเข้าทางปากลึกๆและรวดเร็ว

ทักษะพื้นฐานเหล่านี้เหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มฝึกหัดว่ายน้ำ เนื่องจากเป็นการสร้างความเคยชินให้กับร่างกายและฝึกการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อเป็นสิ่งสำคัญ การฝึกทักษะพื้นฐานที่ดีตั้งแต่เริ่มต้นช่วยให้นักกีฬาสามารถว่ายน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังช่วยลดการบาดเจ็บของกล้ามเนื้ออีกด้วย